“เร่งการแตกราก.....ฟื้นสภาพต้น”
แม้ทุกวันนี้บนทุกหน้าสื่อจะมีแต่ข่าวร้ายรายวันของการระบาดของโควิด-19 แต่กระแสความร้อนแรงของทุเรียนยังคงเป็นข่าวดีแทรกอยู่บนหน้าข่าวให้พี่น้องชาวสวนชื่นใจไม่น้อยลงเลย
ไม่ใช่แค่ตัวเลขส่งออกที่น่าประทับใจอย่างต่อเนื่องแม้ต้องพบกับอุปสรรคต่างๆ มากมาย แต่ช่วงนี้แทบทุกตรอกซอกซอยมักพบผู้คนรุมล้อมท้ายรถกระบะปิคอัพ รอแม่ค้าที่กำลังง่วนกับการแกะเนื้อทุเรียนขายอย่างไม่หยุดมือ
จากกระแสความร้อนแรงนี้ สวนทุเรียนที่ตัดผลเสร็จสิ้นแล้วจึงควรรีบฟื้นสภาพต้นอย่างรวดเร็ว
ตามธรรมชาติของไม้ผลแทบทุกชนิด อาหารหรือคาร์ไฮเดรตจากการสังเคราะห์แสงถูกแบ่งปันออกเป็น 4 ส่วน เพื่อส่งไปเลี้ยงส่วนต่างๆ คือ
1 ส่งไปใช้เพื่อการเติบโตของผลมากที่สุด
2 ส่วนใบและลำต้นจะได้รับในปริมาณที่น้อยรองลงมา
3 และส่วนของรากได้รับอาหารในปริมาณน้อยที่สุด
4 ดังนั้นหลังจากที่ต้องแบกผลทุเรียนมาเป็นเวลาหลายเดือน ส่วนที่ทรุดโทรมที่สุดคือ “ราก”
โดยเฉพาะต้นที่ผลดกหรือไว้ผลจำนวนมาก หรือมีการใช้สารแพคโคบิวทราโซลในปริมาณที่มากอย่างต่อเนื่อง ระบบรากจะชงักการเจริญเติบโต ไม่มีรากใหม่ออกมาทดแทน หรือรากฝอยอาจถึงแห้งตายได้
----------------------------------------
* ปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตและแผ่กระจายของราก คือ สภาพของดิน นอกจากปริมาณธาตุอาหารต่างๆ ที่ควรจะมีในดินอย่างครบถ้วนแล้ว องค์ประกอบอื่นๆ ที่สำคัญ คือ
* ชนิดของเนื้อดิน (ดินทราย ร่วน เหนียว)
* สภาพความเป็นกรด-ด่าง (pH)
* ปริมาณอินทรียวัตถุ
* สภาพทางกายภาพ(การอัดแน่น-ความโปร่งตัว)
* ปริมาณจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์
* ปริมาณอากาศ-น้ำในดิน
* ความสามารถดูดซับและระบายน้ำ
องค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้ยังมีผลต่อธาตุอาหารที่ถูกตรึงอยู่ในดิน โดยเฉพาะ ”ฟอสฟอรัส (P) ” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการแตกราก จะสามารถละลายออกมาอยู่ในรูปที่พืชดูดกินและใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น
ดังนั้นเพื่อเร่งการฟื้นสภาพต้น
นอกจากการใส่ปุ๋ยสูตรต่างๆ แล้ว จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ หรือ สารปรับปรุงสภาพดินควบคู่ไปด้วย
โดยเฉพาะ ”สารปรับปรุงสภาพดิน”
ซึ่งมักจะอยู่ในรูปของสารประกอบอินทรีย์ เช่น ฮิวมิก และฟูลวิก จะช่วยปรับสภาพดินให้เหมาะต่อการเจริญเติบโตของราก
ทำให้ดินร่วนซุย สามารถจับยึดและปลดปล่อยธาตุอาหารได้ดีขึ้น เพิ่มการทำงานของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ กระตุ้นการแตกราก เพิ่มปริมาณรากฝอย และยังช่วยให้พืชดูดกินธาตุอาหาร ทั้งที่ถูกตรึงในดินและจากปุ๋ยที่ใส่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1. ก่อนใส่ปุ๋ย หรือเมื่อใส่ปุ๋ยทางดินควรใส่ [
แม้ทุกวันนี้บนทุกหน้าสื่อจะมีแต่ข่าวร้ายรายวันของการระบาดของโควิด-19 แต่กระแสความร้อนแรงของทุเรียนยังคงเป็นข่าวดีแทรกอยู่บนหน้าข่าวให้พี่น้องชาวสวนชื่นใจไม่น้อยลงเลย
ไม่ใช่แค่ตัวเลขส่งออกที่น่าประทับใจอย่างต่อเนื่องแม้ต้องพบกับอุปสรรคต่างๆ มากมาย แต่ช่วงนี้แทบทุกตรอกซอกซอยมักพบผู้คนรุมล้อมท้ายรถกระบะปิคอัพ รอแม่ค้าที่กำลังง่วนกับการแกะเนื้อทุเรียนขายอย่างไม่หยุดมือ
จากกระแสความร้อนแรงนี้ สวนทุเรียนที่ตัดผลเสร็จสิ้นแล้วจึงควรรีบฟื้นสภาพต้นอย่างรวดเร็ว
ตามธรรมชาติของไม้ผลแทบทุกชนิด อาหารหรือคาร์ไฮเดรตจากการสังเคราะห์แสงถูกแบ่งปันออกเป็น 4 ส่วน เพื่อส่งไปเลี้ยงส่วนต่างๆ คือ
1 ส่งไปใช้เพื่อการเติบโตของผลมากที่สุด
2 ส่วนใบและลำต้นจะได้รับในปริมาณที่น้อยรองลงมา
3 และส่วนของรากได้รับอาหารในปริมาณน้อยที่สุด
4 ดังนั้นหลังจากที่ต้องแบกผลทุเรียนมาเป็นเวลาหลายเดือน ส่วนที่ทรุดโทรมที่สุดคือ “ราก”
โดยเฉพาะต้นที่ผลดกหรือไว้ผลจำนวนมาก หรือมีการใช้สารแพคโคบิวทราโซลในปริมาณที่มากอย่างต่อเนื่อง ระบบรากจะชงักการเจริญเติบโต ไม่มีรากใหม่ออกมาทดแทน หรือรากฝอยอาจถึงแห้งตายได้
----------------------------------------
* ปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตและแผ่กระจายของราก คือ สภาพของดิน นอกจากปริมาณธาตุอาหารต่างๆ ที่ควรจะมีในดินอย่างครบถ้วนแล้ว องค์ประกอบอื่นๆ ที่สำคัญ คือ
* ชนิดของเนื้อดิน (ดินทราย ร่วน เหนียว)
* สภาพความเป็นกรด-ด่าง (pH)
* ปริมาณอินทรียวัตถุ
* สภาพทางกายภาพ(การอัดแน่น-ความโปร่งตัว)
* ปริมาณจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์
* ปริมาณอากาศ-น้ำในดิน
* ความสามารถดูดซับและระบายน้ำ
องค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้ยังมีผลต่อธาตุอาหารที่ถูกตรึงอยู่ในดิน โดยเฉพาะ ”ฟอสฟอรัส (P) ” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการแตกราก จะสามารถละลายออกมาอยู่ในรูปที่พืชดูดกินและใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น
ดังนั้นเพื่อเร่งการฟื้นสภาพต้น
นอกจากการใส่ปุ๋ยสูตรต่างๆ แล้ว จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ หรือ สารปรับปรุงสภาพดินควบคู่ไปด้วย
โดยเฉพาะ ”สารปรับปรุงสภาพดิน”
ซึ่งมักจะอยู่ในรูปของสารประกอบอินทรีย์ เช่น ฮิวมิก และฟูลวิก จะช่วยปรับสภาพดินให้เหมาะต่อการเจริญเติบโตของราก
ทำให้ดินร่วนซุย สามารถจับยึดและปลดปล่อยธาตุอาหารได้ดีขึ้น เพิ่มการทำงานของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ กระตุ้นการแตกราก เพิ่มปริมาณรากฝอย และยังช่วยให้พืชดูดกินธาตุอาหาร ทั้งที่ถูกตรึงในดินและจากปุ๋ยที่ใส่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1. ก่อนใส่ปุ๋ย หรือเมื่อใส่ปุ๋ยทางดินควรใส่ [